การตรวจสุขภาพลูกจ้าง

    องค์ประกอบการตรวจ
    ประเภทการตรวจ
    กิจการกับความเสี่ยงโรค
    รายการตรวจตามปัจจัยเสี่ยง
    การควบคุมมาตรฐาน
    การวิเคราะห์ผล
    รายชื่อสถานพยาบาล
    เอกสารน่าสนใจ

 

องค์ประกอบการตรวจสุขภาพลูกจ้าง

 

ประกอบด้วย

   การสัมภาษณ์ประวัติที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคของลูกจ้าง

   การตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย

   การทดสอบการเปลี่ยนแปลงสรีรการทำงานของร่างกาย

   การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

 

         การสัมภาษณ์ประวัติที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคของลูกจ้าง

        ประวัติส่วนตัวของคนทำงาน เช่น อายุ อาหาร ถิ่นกำเนิด งานอดิเรก ที่พักอาศัย การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา สถานที่เคยไปก่อนเกิดโรค สารเคมีที่ใช้ในบ้าน ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการคัดกรอง ปัจจัยร่วมที่เกี่ยวข้องกับการเป็นโรค เช่น การเสื่อมของสายตา การได้ยิน จะเพิ่มขึ้นตามอายุการมีประวัติเคยเป็นนักกีฬายิงปืน อาจเป็นสาเหตุของหูตึงได้ ประวัติการสูบบุหรี่มีส่วนสนับสนุนการเกิดโรคมะเร็งปอด เป็นต้น

        ประวัติครอบครัว ได้แก่ อาชีพของคนในครอบครัว โรคทางพันธุกรรม รวมทั้งโรคภัยไข้เจ็บ และสาเหตุการเสียชีวิตของสมาชิกในครอบครัว ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กับอาการโรคที่ลูกจ้างเป็นปัจจุบัน

        ประวัติการเจ็บป่วยของลูกจ้าง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อทราบข้อมูลพื้นฐานสุขภาพที่มีอยู่แต่เดิม และเป็นการสืบค้นหาสาเหตุของโรคที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาจเกิดจากสาเหตุโรคประจำตัวหรือโรคที่มีอยู่แต่เดิม เช่น ลูกจ้างมีประวัติเป็นโรคพยาธิหรือไข้มาลาเรีย จะเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคโลหิตจาง หรือลูกจ้างที่มีโรคภูมิแพ้จะแสดงอาการของโรคระบบหายใจได้ ลูกจ้างที่มีประวัติโรคตับอักเสบเรื้อรัง จะไม่เหมาะสมกับงานที่เกี่ยวข้องกับสารตัวทำละลายรวมทั้งประวัติการแพ้ยาต่างๆ และยาที่ใช้เป็นประจำ

        ประวัติการทำงาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ลักษณะงานที่ทำ สารเคมี หรือสภาพอันตรายที่ลูกจ้างคาดว่าจะได้รับจากการทำงาน การใช้เครื่องป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ระยะเวลาทำงาน ถิ่นที่ไปทำงาน เพื่อประเมินความเกี่ยวข้องกับตัวเหตุที่อาจทำให้เกิดโรคจากการทำงาน         

                                                                                                             กลับข้างบน  

 

          การตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์

      การตรวจสุขภาพทั่วไป แพทย์จะตรวจดูสภาพร่างกาย อาการแสดงต่างๆ ของโรคที่ปรากฏกับ ลูกจ้าง การสอบถามอาการโรค และการพัฒนาอาการของโรคประกอบการสังเกต ตรวจอาการทางระบบหายใจ ผิวหนัง สีเล็บ เหงือก ตา สีหน้า ศีรษะ ผมที่ผิดปกติ การวัดความดันโลหิต ชีพจร น้ำหนัก ส่วนสูง การทดสอบระบบประสาทต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ยัง รวมถึงการสังเกตพฤติกรรม บุคคล การเคลื่อนไหว การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของลูกจ้าง เช่น การมีพฤติกรรมก้าวร้าว เงียบเหงา หาวนอน ตื่นตกใจง่าย หรืออาการตื่นเต้นผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น

                                                                                                    กลับข้างบน

          การทดสอบการเปลี่ยนแปลงสรีรการทำงานของร่างกาย

เป็นการตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของสรีรการทำงานของร่างกาย ซึ่งมีผลมาจากอันตรายต่างๆ ที่ลูกจ้างได้รับจากการทำงาน เช่น

         การทดสอบสมรรถภาพการได้ยิน ในกลุ่มลูกจ้างเกี่ยวข้องกับเสียงดัง

         การทดสอบสมรรถภาพสายตา ในกลุ่มลูกจ้างเกี่ยวข้องกับแสงจ้างหรือรังสีต่างๆ รอบตัวลูกจ้างที่ใช้สายตาเพ่งขณะทำงานเป็นระยะเวลานานๆ

         การทดสอบสมรรถภาพปอด ในกลุ่มลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวข้องกับฝุ่น หรือสารเคมีที่มีผลกระทบต่อการทำงานของปอดและหลอดลม

         การทดสอบสมรรถภาพกล้ามเนื้อ เช่น ขา หลัง มือ เพื่อดูความแข็งแรง ความคงทนในลูกจ้าง ต้องใช้กำลังยกของ

กลับข้างบน

        การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

 

         การถ่ายภาพรังสีทรวงอก โดยทั่วไปในการตรวจสุขภาพลูกจ้าง เพื่อการค้นหาโรคโดยวิธีการถ่ายภาพรังสีจะเน้นการถ่ายภาพรังสีทรวงอกในกลุ่มลูกจ้างเกี่ยวข้องกับฝุ่น หรือสารเคมีที่มีผลต่อระบบหายใจ ซึ่งจะเป็นการถ่ายภาพรังสีโดยใช้ฟิล์มขนาด 14” X 17” หรือ 17” X 17” โดยถ่ายจากด้านหลังของร่างกาย (post / ant chest x-ray) ซึ่งการใช้ฟิล์มขนาดใหญ่จะทำให้แพทย์สามารถวิเคราะห์รอยโรคได้ชัดเจนแม่นยำ

 

         การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ได้แก่ การวัดความเข้มข้นของเลือด (Hb) การวัดปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่น (Hct) การนับจำนวนเม็ดเลือดขาว (WBC Count) การนับแยกชนิดเม็ดโลหิตขาว (Differential WBC ) การตรวจรูปร่างและการติดสีของเม็ดเลือดแดง              (RBC Morphology) เป็นต้น เป็นการตรวจเพื่อดูความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย สามารถบอกถึงภาวะโลหิตจาง โรคเลือดต่าง ๆ การติดเชื้อ โดยแปลผลการตรวจร่วมกับการตรวจอื่น ๆ

 

         การตรวจดูเสมหะ เช่น ในกรณีทำงานเกี่ยวข้องกับแอสเบสตอส

 

         การตรวจปัสสาวะทั่วไป เป็นการตรวจทางด้านทางกายภาพ เคมี รวมทั้งการดูตะกอนปัสสาวะทางกล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูความผิดปกติของระบบปัสสาวะ

 

         การตรวจเอกซเรย์ปอด เป็นการตรวจเพื่อดูพยาธิสภาพของปอด โรคที่สามารถตรวจพบได้จากการเอกซเรย์ปอด เช่น วัณโรค ถุงลมโป่งพอง เนื้องอกในปอด เป็นต้น สำหรับผู้ที่ต้องสูดดมอากาศที่มีฝุ่นละอองควันพิษเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจเอกซเรย์ปอดปีละครั้ง

 

         การตรวจระดับไขมันในเลือด เป็นการตรวจเพื่อดูปริมาณไขมันชนิดต่าง ๆ ในร่างกาย คือ โคเลสเตอรอลไตรกลีเซอไรด์และเอ็ชดีแอลมีประโยชน์ในการติดตามและควบคุมดูแลไม่ให้มีไขมัน ในเลือดมากหรือน้อยเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมา ในคนปกติควรตรวจปีละครั้ง แต่หากเป็นผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดผิดปกติ ต้องการการควบคุมดูแลอย่างดี ก็ควรจะตรวจเป็นประจำตามคำสั่งของแพทย์

 

         การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด มีประโยชน์ในการค้นหาผู้ที่เป็นโรคเบาหวานในระยะเริ่มต้น เพื่อการรักษาหรือควบคุมอาหารไม่ให้เป็นมากขึ้น

 

         การตรวจการทำงานของตับ มีความสำคัญมากเนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่สามารถทำงานได้ โดยที่ร่างกายไม่แสดงอาการแม้ว่าเซลล์ตับจะเสียหายไปมากกว่า 60% การตรวจการทำงานของตับสามารถบอกถึงความผิดปกติของตับได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีรายการตรวจการทำงานของตับที่นิยมกัน คือ เอส จี โอ ที (SGOT หรือ AST), เอส จี พี ที (SGPT หรือ ALT) และ แอลคาไลท์ฟอสฟาเทส (ALP)

 

         การตรวจการทำงานของไต การตรวจการทำงานของไตในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ประกอบด้วยการตรวจ 2 ชนิด คือ บี ยู เอ็น (BUN) และ คริเอตินีน

 

         การตรวจมะเร็งปากมดลูกในสตรี หรือการตรวจภายใน สตรีที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรรับการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละครั้ง เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์สูง การตรวจและรักษาตั้งแต่ระยะแรก ๆ จะมีโอกาสหายขาดได้มากขึ้น

         การตรวจหาปริมาณสารเคมีที่ลูกจ้างได้รับ และสะสมอยู่ในอวัยวะเป้าหมายต่างๆ เช่น การตรวจหาปริมาณสารตะกั่วในเลือด เป็นต้น

         การตรวจหาสารเมตาโบไลท์ (Metabolite) หรือสารที่เกิดขึ้นในร่างกาย อันเป็นผลจากการได้รับสารเคมีบางชนิดจากการทำงาน เช่น ลูกจ้างเกี่ยวข้องกับสารโทลูอีน จะตรวจหาปริมาณกรดฮิพพิวริคในปัสสาวะ หากการทำงานเกี่ยวข้องกับไซลีน ตรวจหากรดเมธิลฮิพพิวริคในปัสสาวะ ส่วนลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับสไตรีน ให้ตรวจระดับกรดแมนดาริคในปัสสาวะ เป็นต้น การตรวจหาสารภายในร่างกายเป็นตัวชี้ปริมาณสารที่ร่างกายได้รับจากทุกๆทาง

         การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ตามความจำเป็น เช่น การตรวจอุจจาระ การตรวจการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางและโดยรอบ เมื่อมีการทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมีที่ทำให้ระบบประสาทมีการทำงานผิดปกติ การตรวจนับสเปอร์ม กรณีทำงานเกี่ยวข้องกับสารที่ทำให้ระบบสืบพันธ์ทำงานผิดปกติ

กลับข้างบน

 

สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน โทร  02 448 9166